2008/Jan/13

  เนื่องจากเว็บที่ทำการอัพเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ วิชา SOFTWARE QUALITY ASSURANCE AND TESTING มีปัญหาจากทางผู้ให้บริการเว็บไดอารี่ เลยต้องมาเม้นต์ในBlong นี้แทน

 ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกะเว็บBolg ที่เก็บเรื่องราวต่างๆในตอนแรกของเว็บblongนี้ซักเท่าไหร่  ยังไง ต้องขออภัยผู้ที่มาเยี่ยมชมBlog ไว้ ณ ที่นี้ ด้วย นะคะ

# What's Ruby

Ruby is the interpreted scripting language for quick and easy object-oriented programming. It has many features to process text files and to do system management tasks (as in Perl). It is simple, straight-forward, extensible, and portable.

Oh, I need to mention, it's totally free, which means not only free of charge, but also freedom to use, copy, modify, and distribute it.

 


Features of Ruby
Ruby has simple syntax, partially inspired by Eiffel and Ada.


Ruby has exception handling features, like Java or Python, to make it easy to handle errors.


Ruby's operators are syntax sugar for the methods. You can redefine them easily.


Ruby is a complete, full, pure object oriented language: OOL. This means all data in Ruby is an object, in the sense of Smalltalk: no exceptions. Example: In Ruby, the number 1 is an instance of class Fixnum.


Ruby's OO is carefully designed to be both complete and open for improvements. Example: Ruby has the ability to add methods to a class, or even to an instance during runtime. So, if needed, an instance of one class *can* behave differently from other instances of the same class.


Ruby features single inheritance only, *on purpose*. But Ruby knows the concept of modules (called Categories in Objective-C). Modules are collections of methods. Every class can import a module and so gets all its methods for free. Some of us think that this is a much clearer way than multiple inheritance, which is complex, and not used very often compared with single inheritance (don't count C++ here, as it has often no other choice due to strong type checking!).


Ruby features true closures. Not just unnamed function, but with present variable bindings.


Ruby features blocks in its syntax (code surrounded by '{' ... '}' or 'do' ... 'end'). These blocks can be passed to methods, or converted into closures.


Ruby features a true mark-and-sweep garbage collector. It works with all Ruby objects. You don't have to care about maintaining reference counts in extension libraries. This is better for your health. ;-)
Writing C extensions in Ruby is easier than in Perl or Python, due partly to the garbage collector, and partly to the fine extension API. SWIG interface is also available.


Integers in Ruby can (and should) be used without counting their internal representation. There *are* small integers (instances of class Fixnum) and large integers (Bignum), but you need not worry over which one is used currently. If a value is small enough, an integer is a Fixnum, otherwise it is a Bignum. Conversion occurs automatically.


Ruby needs no variable declarations. It uses simple naming conventions to denote the scope of variables. Examples: simple 'var' = local variable, '@var' = instance variable, '$var' = global variable. So it is also not necessary to use a tiresome 'self.' prepended to every instance member.


Ruby can load extension libraries dynamically if an OS allows.


Ruby features OS independent threading. Thus, for all platforms on which Ruby runs, you also have multithreading, regardless of if the OS supports it or not, even on MS-DOS! ;-)


Ruby is highly portable: it is developed mostly on Linux, but works on many types of UNIX, DOS, Windows 95/98/Me/NT/2000/XP, MacOS, BeOS, OS/2, etc.

2007/Aug/07

ศัพท์เด็กแนว

สุดตีน : ที่สุดของที่สุด

โออิชิ : เกิดอาการชาตามร่างกาย

หรูไฮฯ : ดูดีมีฐานะ

สปก. : หนีเอาตัวรอดไปก่อนเพื่อน

มีองค์ : ใช้เรียกเพื่อนชายที่เป็นเกย์

ด๋อย : เชยๆ สะเหร่อๆ

ชิลๆ : ง่ายๆ สบายๆ

สวยเป่อ : ผู้หญิงสวยแต่ซุ่มซ่าม

เพียวเค็ม : คนที่งกมากๆ

ซีเลส : ดี้

ฮีเลส : ทอม

สะแอ๋ง : ชอบสอดเรื่องชาวบ้าน

ตะไบ : เสริมแต่ง

สลิ่ม : สีสันเสื้อผ้าที่ตัดกันมาก

เหียก : หน้าตาขี้เหร่มาก ๆ

เฟค (Fake) : การจิตนาการ,การหลอกตัวเอง

โอ้ว!จอร์จ มันยอดมาก : เจ๋งมากเจ๋งโคตรๆ

จิ๊บ : ดีอกดีใจกระดี้กระด้าเมื่อเจอหนุ่มหล่อ

มาแว้ว : มาแล้วจ้า

วันนี้โปร่ง : วันนี้ไม่หนีบแฟนมาด้วย

พกข้าวห่อ :ไปเที่ยวไกลๆแล้วเอาแฟนไปด้วย

เฟิร์มนะ : ตกลงแน่นอนตามนั้นใช่ไหม

กิ๊ก : มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่คนรัก

ซะงั้น : ทำได้ไง ทำแบบนั้นเฉยเลย

วิ่นวือ : วุ่นวายสุดๆ

อย่ามา : พูดไร ฟังไม่เข้าหู

คัน : อยากได้somethingจนตัวสั่น

งานเข้า : มีเรื่องละ

2007/Aug/07

วิธีการเป็นเด็กแนว

1.เริ่มจากการแต่งตัว ต้องแปลก แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก อะ งงละสิ ว่าเป็นแบบไหน ง่ายๆคะ คุณต้องแต่งตัวในสไตล์ของคุณเองเอาแบบไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ไม่ใช่ว่า กางเกงตัวนี้ ต้องแต่กะเสื้อแบบนี้ เท่านั้น อะไรประมาณนี้การแต่ตัวแนวๆของคุณ อย่าให้คนอื่นดูว่ามันทุเรศคะ ควรแต่ให้คนเค้าชมว่าแนว ไม่ใช่แนว...ไหนวะ ไม่เข้าท่า (ฉันว่า หน้าตามันก็เกี่ยวนะเนี่ย น่าตสเแต่งไรมันก็ดูดีว่ามั๊ย)

2.ทรงผม อันนี้ก็สำคัญ มันทำให้รูปลักษณ์ภายนอกของคุณ บ่งบอกว่าแนวแค่ไหน ทรงแนวๆมีหลายทรงคะ แล้วแต่จะครีเอท โดยส่วนใหญ่ที่เห็น จะเปงแนว อีโม(ฟรอม) เด็กบอร์ท (สเก็ตบอร์ท) เด็กแว๊นซ์ ฯลฯ ไม่ก็เล่นของนอกกันไปเลยพวก ญี่ปุ่น เกาหลี เพราะ เด็กแนวสมัยนี้ไม่นิยมอะไรที่มันดูเนี๊ยบจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ซกมก น่าขยะขแยง ทรงอะไร ที่ดูเปงเด็กแนวมากที่สุดนะเหรอ ดูให้หมาะกับคุณเองละกัน มันจะได้เป็นเด็กแนว...คุณไง

3.อ่านหนังสือเด็กแนว ที่เป็นที่นิยมสุดๆ ก็น่าจะเปงพวก a day Hamberger CHEEZ พวกนี้ละคะ ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องแนะนำให้ซื้อสะสมไว้ขำๆ ไม่อ่าน แต่มีไว้ คนอื่นไม่รู้ ก็ดูเราเปงเด็กแนวเหมือนกัน อิอิ

4. ดูหนังแนวๆ ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกลคะ หนังของ คุณเป็นเอก รัตนเรือง หนังอะไรมะรู้แน๊วแนว ดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังงง บอกได้คำเดียวว่าถ้าคุณแนวไม่พอ คุณดูหนังเค้าไม่รู้เรื่องหรอก อยากเปงเด็กแนว หาซื้อ VCD/DVD มาสะสมเลยคะ (ไม่ดูหรอก..แต่มีไว้ให้รู้ว่าแนว)

5.ฟังเพลง เริ่มต้นไม่ถูก หมุนคลื่นนี้เลยคะ 104.5 FAT RADIO ฟังๆไปนะคะว่าคลื่นนี้เค้าเปิดเพลงอะไร แล้วคุณก็ไปหามาเปิดฟันกันคลื่นนี้ รับประกันว่าเป็นคลื่นวิทยุของเด็กแนวตัวจริงคะ เพลงอะไรก็มะรู้ จากค่ายไหนก็ไม่รู้ บางเพราะเพราะ..จับจิต บางเพลงเพราะ..เพราะอะไรถึงร้องบางเพลง ร้องไปจนจบแล้ว ยังไม่รู้เรื่องเลยว่ามันร้องว่าอะไร ค่ายอะไรด้วยสิยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะเอาเพลงมันมาฟังได้ หากันอยู่นาน แต่ถ้ามีกำลังทรัพทย์ก็ช่วยอุดหนุนศิลปินพวกนี้เถอะคะ เค้าจะได้มีกำลังใจทำเพลงแนวๆมาให้พวกเราฟังกัน

6. คำศัพย์เฉพาะเด็กแนว มีมากมายหลายคำคะ แต่เราจะปัญญีติขึ้นเองอันนี้ก็ไม่ว่านะ แต่ฟังแล้ว ให้คนบอกว่า เฮ้ย แนววะ ขอเปงคำที่ไอเดียดี แล้ว็สร้างสรรค์หน่อย ก็แล้วกันนะ คะ คำที่ฟังแล้วหยาบคายเด็กแนวเค้ามะทำกันนะ

7. แอ๊บแบ๊ว หลายคนงงว่าแอ๊บแบ๊วคืออะไร แอ๊บแบ๊วคือการใช้ภาษาไทยที่วิบัติคะ(ผู้ใหญ่เค้าบอกมา)ที่จิงมันไม่วิบัติไรนักหรอกแค่เปลี่ยนวิธีการเขียนให้ง่ายขึ้น แล้วก็ พูดฟังแล้วได้อารมณ์เพื่มขึ้น เช่น เป็น >>>เปง , ใช่มั๊ย >>> ชิมิ๊คำพวกนี้นิยมให้ใน MSN และ CAMFROG บางคนอ่านแล้วงงว่ามันต่างกับข้อ 6.ยังไง มันก็ต่างกันตรงที่ ศัพท์เด็กแนวเป็นอะไรที่คิดขึ้นมาใหม่ไม่เหลือ เค้าเดิมไงคะ นอกจากนั้น แอ๊บแบ้ว ใช้กับอาการบางอย่างของเด็กแนว คนบ้ากล้องคะ แต่ถ่ายแบบปกติมะได้นะ ต้องดูอินโนเซ้นต์ บ๊องแบ๊ว บางคนที่น่ารักดูดี มันก็น่ารักจิงๆนะ แบางคนที่หน้า..เห่อ แอ๊บไงก็ไม่ได้ช่วนหรอกคะ อันนี้จะทำดูหนังหน้าตัวเองกันนิสนึงละกัน ด้วยความปรารถนาดี

8. สถานที่รวบรวมเด็กแนว มีทั่วไปใน กทม. คะ แต่เท่าที่เห็น เยอะๆ ก็พวกย่านแหล่งชุมชนวัยรุ่น ทั้งหลาย เช่นพวก สยาม จัตตุจักร ข้าวสาร สถานที่เหล่านี้ รวบรวมเด็กแนว ไว้อย่างครบครันคะ อยากเปงเด็กแนว ก็ไปตามสถานที่พวกนี้ละ ง่ายๆ (อย่าเที่ยวจนเสียการเรียนนะคะ เปงห่วง อิอิ )

9. หากิจกรรมแนวๆทำ เช่น ทำหนังสั้น เอาหนักแบบอาท เข้าไว้ ไม่รู้จะอาทยังไง ดูคุณเป็นเอก เช่นเดิมคะ เค้าแนวจิงๆ คนนนี้ ส่วนใครมีไอเดียอย่างอื่นอีก ก็เสนอไว้ในคอมเมนต์ก็ได้นะ คนเขียนเริ่มจะนึกไม่ออกละ

สุดท้าย...เด็กแนวตัวจริง เค้าไม่ชอบเป็นเด็กแนวหรอกนะ เพราะเค้าแนวกันที่หัวใจ ไม่ใช่แนวตามใคร 55+